...ช่วงเวลาอับจน
posted on 25 Oct 2011 12:51 by aestarข้าพเจ้าเคยเห็นด้วยกับมหาบุรุษออเนอเร่ บัลซัคว่า'ท่ามกลางวิกฤตคือเปลวเพลิงซึ่งจุดประกายงานเขียนให้เรืองรอง' แต่เวลานี้ สิ่งที่ข้าฯเผชิญคือคำว่า'อับจนติดกำแพง' น่าเศร้าแต่จริง...ข้าพเจ้านึกเขียนอะไรไม่ออกเลย
แม้ว่าปิดเทอมจะเลื่อนยาวออกไป ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ข่าวน้ำท่วมกระชับใกล้ตัว(แต่ไม่คิดหนีหรอกนะ) สิ่งประทังชีพลดน้อยเหือดหาย กรุ่นกลิ่นอายกระตุ้นเตือน(แต่อยู่อย่างนี้ก็ตื่นเต้นเร้าใจดี ชะเง้อคลองหน้าบ้านแห้ง สบายใจ) เสียงโทรศัพท์แข่งขับทำนอง เพื่อนพ้องญาติมิตรตระหนกตกใจ...(เขาแค่บอกหากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ยังไม่ท่วมตอนนี้) ฟังดูดื้อด้านใช่ไหม ความจริงคือที่หลบภัยอีกที่ น้ำไมท่วมแต่ทางไปน่ะไม่มี!!!
เหตุผลกลประการทั้งปวง เพราะมนุษย์ไม่ยินยอม ต่อต้าน ฝืนต่อรองธรรมชาติ ไม่เสียเกียรติหรอกหนา หากเจ้าจะศิโรราบแก่อำนาจที่มิอาจปฏิเสธ เพราะอย่างไรเจ้าก็หาใช่นายแห่งโลกแต่ไหนมา หากปล่อยผ่านไปแต่แรก ไม่กลั้นสะกัดไว้ ให้วิบัติภัยยืดเยื้อยาวนานออกไปไร้เหตุผล คงไม่ต้องทนเหนื่อยหน่ายชวนเสียสติถึงเพียงนี้ ไม่ใช่เราวิพากษ์มิรู้ร้อน แต่ช่วยก้มหัวที่เย่อหยิ่งของเจ้าลงบ้างได้ไหม ความทรมานและบทลงทัณฑ์จะได้ผ่านไปไวขึ้น ใช่ว่าฟ้าจะปกป้องคนดีได้ทั้งหมด เสียงสภายืนจะปล่อยทิ้งเจ้า ผู้ที่เห็นใจเจ้าเหลือน้อยกว่าหยิบมือ แม้สิ่งที่เกิดจะเป็นผลแห่งการเร่งเร้า เสียงร่ำร้องของผู้วายชนม์คร่ำครวญ แต่หลายผู้หลายนามเริ่มคล้อยตามแล้ว เสียงวิงวอนของเจ้าแผ่วกว่าสายลม ยากนัก...ที่จะหยุดแรงพิโรธครานี้
ไม่ว่ายังไง...ก็เขียนไม่ออก แม้แรงบีบคั้นกายใจจะมากเพียงใด เราก็อับจนคำพูด
ความหวังที่เคยมองหาจากแสงดาว เวลานี้เมฆบดบัง ท้องฟ้าระบายภาพลวงและเสียงหัวเราะแหงความปราชัย
บางครั้งเราคิดที่จะจมหายไปจากพื้นผิวน้ำแข็งของโลก กลืนหายไปในความมืดล้ำลึก
ใจเรายอมแพ้ นับหมื่น นับแสนครั้ง...แต่ริมฝีปากเรายังคงมอบความหวังและกำลังแก่ผู้คน
หากในเวลานี้ เราไร้คำพูดใดใด สำหรับใครหรือกระทั่งตัวเราเอง
...ราตรีก่ำแดง พื้นพิภพกลืนกิน ความว่างเปล่าหายสูญ
...การดำรงอยู่ รอคอยเวลา?
edit @ 25 Oct 2011 14:06:46 by Astar Nicovna Le Re'em
#1 By zero-be on 2011-10-25 14:23